สื่อสารแบบ 2W1H เพื่อพัฒนาคน

สื่อสารแบบ 2W1H เพื่อพัฒนาคน

ปัญหาในองค์กรนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับคน หรือเกี่ยวกับงาน หากมองลึกๆ ลงไปแล้วจะเห็นว่าส่วนใหญ่มาจากปัญหาเรื่องการสื่อสารทั้งสิ้น การสื่อสารแบบ 2W1H เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้การสื่อสารเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไม่ว่าเราจะเกิดปัญหาเรื่องงานผิดพลาด หรือเราต้องการให้เกิดการพัฒนาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราสามารถที่จะใช้การสื่อสารแบบ 2W1H  โดยในบทความนี้ จะขอยกตัวอย่างการสื่อสารแบบ 2W1H เพื่อพัฒนาคน

ในการพัฒนาคนนั้น เราไม่สามารถที่จะบังคับให้คนเกิดการเรียนรู้หรือต้องการที่เรียนรู้ได้ ถึงแม้ว่าเราจะทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้มากเท่าใดก็ตาม เพราะคนจะเรียนรู้ได้ เมื่อมีความต้องการเรียนรู้เท่านั้น ซึ่งการที่คนเราจะเกิดความต้องการในการพัฒนาหรือเรียนรู้นั้น มีสาเหตุมาจาก 2 สาหตุ คือ หนึ่ง เห็นประโยชน์ของการได้พัฒนาตัวเอง และสอง คือ เห็นโทษหรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการไม่รู้

ดังนั้น หากเราต้องการที่จะให้ทีมงานเกิดการพัฒนาไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เราจะต้องให้เขาเกิดความรู้สึกอยากที่จะพัฒนาตัวเองก่อน โดยใช้ 2W1H Model

W แรก คือ WHAT จะต้องให้รู้ว่า “อะไร” คือ สิ่งที่จะต้องเปลี่ยน และ W ตัวที่สอง คือ Why ทำไมจึงจะต้องเปลี่ยน และ H ตัวสุดท้าย คือ How จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้ด้วยวิธีการใด

ทั้งนี้ในการสื่อสารเพื่อให้เกิดการพัฒนานั้น หัวหน้างานหรือผู้ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ควรสื่อสารให้ผู้ที่เราเห็นว่าควรจะเปลี่ยนแปลงเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่จะต้องเปลี่ยน เพราะหลายครั้งที่ต่างฝ่ายต่างเห็นต่างกันว่า “อะไร” คือสิ่งที่ควรจะเปลี่ยน การทำความเข้าใจใน What จึงเป็นสิ่งแรกที่ควรจะสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน และตามมาด้วย WHY คือการบอกให้รู้ว่าทำไมต้องเปลี่ยน หรือทำไมจึงต้องการให้เกิดการพัฒนาเรื่องนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว หลาย ๆ คนอาจรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องพัฒนา แต่อาจจะยังไม่เห็นความจำเป็นในเวลานี้ เช่น การเป็นคนพูดตรง เวลาสื่อสารกับคนอื่น ก็สื่อสารแบบตรง ๆ ซึ่งอาจทำให้ใครบางคนรับไม่ได้กับความตรงจนเกินเหตุ หรือหากเป็นการนำเสนอสินค้า ก็อาจจะทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสินค้าได้ ซึ่งเจ้าตัวอาจจะคิดว่ารู้ตัวแล้ว จะพยายามระวัง ในขณะที่หัวหน้างานอาจจะไม่ได้ต้องการแค่ให้ระวัง แต่อาจจะต้องการให้เกิดการรู้เทคนิคการสื่อสารที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในการสื่อสาร จึงควรทำความเข้าใจทั้ง What และ Why ก่อนที่จะไปสู่ How  ซึ่งในกรณีนี้หัวหน้าอาจจะต้องบอกข้อดีที่จะทำให้ลูกน้องขายสินค้าได้มากขึ้น และยังทำให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้คนรอบข้างได้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น แต่ถ้าหากไม่สำเร็จ ก็อาจจะต้องพูดถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในแง่ลบแทน

หลังจากนั้น จึงค่อยเข้าสู่ How ซึ่งก็คือ วิธีการพัฒนา โดยหัวหน้าควรจะต้องทำความเข้าใจและรู้จักลูกน้องของตัวเองด้วยว่ามีความถนัดในการเรียนรู้แบบใด เช่น ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง ชอบฟัง หรือชอบอ่าน เป็นต้น ซึ่งจริตหรือความถนัดที่แตกต่างกันของแต่ละคน ย่อมส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีแตกต่างกัน  หัวหน้าจึงควรจะบอกวิธีการที่ตรงกับจริตของลูกน้อง ซึ่งจะช่วยให้เขาพัฒนาได้เร็วยิ่งขึ้น โดยไม่เอาความรู้สึกหรือความถนัดส่วนตัวของเราไปยัดเยียดให้ลูกน้องทำตาม

การสื่อสารแบบ 2W1H นี้สามารถนำไปใช้ได้กับการหาทางแก้ปัญหา หรือการสื่อสารโดยทั่วไป ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดความขัดแย้งให้น้อยลงอีกด้วย

Fast Mini MBA for New Manager in the Age of VUCA รุ่นที่ 3 (Certificate Program)

หลักสูตรเร่งรัดด้านการบริหารธุรกิจ สำหรับหัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหารมือใหม่ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็น Key Person ในองค์กร โดยศูนย์เชี่ยวชาญการตลาดแห่งภูมิภาคเอเชีย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

60 ชม. คุ้มค่า เร่งรัด รวดเร็ว กับ 20 วิชาที่ครอบคลุบด้านการบริหารจัดการ  โดย 20 จากนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ

อบรมเฉพาะวันเสาร์ เริ่ม 3 กันยายน – 19 พฤศจิกายน 2565

——————————

สมัครหรือสอบถามรายละเอียดที่

E-mail: fastminimba@amec-ku.org

Facebook: Fast Mini MBA

Line: @fastminimba

หรือโทร. 090-276-9104